อัปเดตงานฐานรากเขื่อนกันดิน: ลำเลียงเสาเข็มไอ (I-Shape) 10 เมตร 110 ต้น และเตรียมงานหล่อแผ่นเสียบ
อัปเดตข้อมูลหน้างาน ณ วันที่ 14 กันยายน 2561 | หมวดหมู่: ความรู้งานฐานราก, เขื่อนกันดินริมน้ำ
ก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของงานโครงสร้าง! วันนี้ทีมงาน ธีรพงษ์เซอร์วิส (Theeraphong Service) ขอพาทุกท่านมาเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานในเฟสของ "งานฐานราก (Foundation Phase)" สำหรับโปรเจกต์สร้างเขื่อนและ กำแพงกันดิน ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่จะกำหนดความแข็งแรงของโครงสร้างทั้งหมด บทความนี้เราจะพาไปดูการบริหารจัดการวัสดุชิ้นใหญ่ อย่างเสาเข็มไอความยาว 10 เมตร จำนวนกว่า 110 ต้น พร้อมวิธีรับมือกับอุปสรรคใต้ผิวน้ำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
1. การบริหารจัดการหน้างาน: ลำเลียงเสาเข็มไอ (Micropile I-Shape) เข้าสู่พื้นที่
เริ่มต้นเช้าวันทำงาน ทีมงานได้ดำเนินการประสานงานเพื่อขนย้ายเสาเข็มเข้าสู่พื้นที่หน้างานอย่างเป็นระบบ สำหรับโปรเจกต์เขื่อนกันดินนี้ ทางทีมวิศวกรได้ออกแบบและเลือกใช้ เสาเข็มรูปตัวไอ (I-Shape Concrete Pile) หรือที่ในวงการช่างมักเรียกกันว่าไมโครไพล์ตัวไอ ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในการรับน้ำหนักและทนทานต่อแรงดันดินด้านข้างได้ดีเยี่ยม
ภาพการเตรียมพร้อมเสาเข็มไอ (I-Shape) รอการกดลงดิน
ทำไมต้องใช้เสาเข็มยาวถึง 10 เมตร และใช้มากถึง 110 ต้น?
การสร้างกำแพงกันดินริมน้ำ มีความเสี่ยงเรื่องการทรุดตัวและดินสไลด์สูงมาก การใช้เสาเข็มความยาว 10 เมตร คือการคำนวณเผื่อระยะให้ปลายเข็มหยั่งลึกลงไปทะลุชั้นดินอ่อน (Soft Clay) จนถึงชั้นดินที่มีความหนาแน่นและมีค่าความฝืด (Skin Friction) ที่เหมาะสม ช่วยยึดเกาะโครงสร้างเขื่อนทั้งหมดให้ต้านทานกระแสน้ำได้
ส่วนจำนวนเสาเข็มที่มากถึง 110 ต้น นั้น เป็นการออกแบบระยะห่างระหว่างต้น (Spacing) ให้ถี่เพียงพอที่จะรับน้ำหนักของแผ่นเสียบและแรงดันดินด้านหลังกำแพงได้อย่างสมดุล ไม่เกิดการโก่งตัวในอนาคตครับ
2. อุปสรรคที่คาดการณ์ไว้: การเคลียร์ "หินทิ้งใต้น้ำ" ก่อนเริ่มกดเข็ม
แม้การเตรียมเสาเข็มจะพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในงานก่อสร้างริมน้ำ มักจะมีอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำเสมอ นั่นคือ "แนวหินทิ้งจากเขื่อนเดิม" ซึ่งในอดีตมักจะมีการทิ้งก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปเพื่อป้องกันตลิ่งพัง
ผลกระทบหากไม่เคลียร์หินใต้น้ำ
หากเราฝืนเดินเครื่อง กดเสาเข็ม (Pile Driving) ลงไปปะทะกับก้อนหินเหล่านี้โดยตรง จะทำให้เกิดปัญหา "เสาเข็มหนีศูนย์" หรือปลายเสาเข็มแตกหักเสียหาย ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อความสามารถในการรับน้ำหนัก (Load Bearing Capacity) ของฐานราก
วิธีแก้ปัญหา: ทางทีมงานได้ปรับแผนหน้างานทันที โดยใช้รถแบคโฮ (แมคโคร) เข้ามาทำการขุด เกลี่ย และงมก้อนหินใต้น้ำในแนวที่จะต้องกดเสาเข็มออกให้หมดก่อน ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความชำนาญของคนขับเครื่องจักรอย่างมาก เพื่อให้แนวดินโล่งและปลอดภัยที่สุดสำหรับเสาเข็มทุกต้น
3. แผนการดำเนินงาน: กดเสาเข็ม 110 ต้น ด้วยเวลา 4-5 วัน
หลังจากเคลียร์แนวหินใต้น้ำสำเร็จ ทีมงานจะเข้าสู่กระบวนการนำรถแบคโฮมากดเสาเข็ม (ใช้ระบบกดไฮดรอลิกจากน้ำหนักรถ แทนการใช้ปั้นจั่นตอก เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนไม่ให้กระทบโครงสร้างบ้านข้างเคียง)
ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องจักรและทีมช่างที่คุ้นเคยกับงาน เราได้ประเมินไทม์ไลน์ (Timeline) การทำงานไว้ว่า การกดเสาเข็มความยาว 10 เมตร จำนวน 110 ต้นนี้ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียง 4-5 วันทำการ เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสูง ทำให้งานเดินหน้าได้รวดเร็ว ลดผลกระทบเรื่องเสียงรบกวนต่อเพื่อนบ้านให้น้อยที่สุดครับ
4. การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ: เตรียมงาน "หล่อแผ่นเสียบกำแพงกันดิน" ควบคู่กันไป
เวลาทุกนาทีในไซต์งานก่อสร้างมีค่า! เพื่อไม่ให้เสียเวลารอคอย ทางทีมงานจึงได้จัดการทำงานแบบคู่ขนาน (Parallel Tasking) โดยในขณะที่เครื่องจักรกำลังจัดการเรื่องการกดเสาเข็มอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งของหน้างาน ทีมช่างโครงสร้างได้เริ่มจัดเตรียมพื้นที่และ "อุปกรณ์สำหรับหล่อแผ่นเสียบกำแพงกันดิน (Precast Concrete Panels)" รอไว้แล้ว
-
การทำพิมพ์หล่อมาตรฐาน
เราใช้แบบหล่อ (Formwork) ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้แผ่นเสียบทุกแผ่นมีขนาดที่เท่ากันเป๊ะ เมื่อนำไปเสียบลงในร่องของเสาเข็มไอ จะประกบกันสนิท ไม่เกิดช่องโหว่ให้น้ำหรือดินรั่วซึม
-
โครงเหล็กคุณภาพสูง (Rebar)
ภายในแผ่นปูนทุกแผ่น จะถูกผูกด้วยเหล็กเสริมโครงสร้าง (Steel Reinforcement) คุณภาพสูงตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้แผ่นเสียบมีความเหนียว รับแรงดัด (Bending Moment) จากแรงดันดินด้านหลังกำแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พิมพ์หล่อแผ่นเสียบ และโครงเหล็กที่เตรียมไว้รอการเทปูน
เมื่อการกดเสาเข็มทั้ง 110 ต้นเสร็จสิ้นลง แผ่นเสียบเหล่านี้ก็จะถูกบ่มจนได้ค่าความแข็งแรง (Strength) ที่พอดี พร้อมนำมาประกอบเป็นกำแพงกันดินได้ทันทีครับ นี่คือวิธีการทำงานที่ช่วยให้เจ้าของบ้านได้งานที่รวดเร็วและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ
ถาม-ตอบ (FAQ) ความรู้เรื่องงานเขื่อนกันดิน
Q: การกดเสาเข็มด้วยรถแบคโฮ ดีกว่าการตอกด้วยปั้นจั่นอย่างไร?
A: การกดเข็มด้วยน้ำหนักของรถแบคโฮ จะก่อให้เกิด "แรงสั่นสะเทือนที่ต่ำมาก" (Low Vibration) เหมาะสำหรับการทำงานในพื้นที่ชุมชน หรือบ้านริมน้ำที่มีโครงสร้างเก่าอยู่ใกล้เคียง ช่วยลดความเสี่ยงที่บ้านเพื่อนบ้านจะเกิดรอยร้าวครับ
Q: ทำไมต้องหล่อแผ่นเสียบที่หน้างาน แทนที่จะซื้อสำเร็จรูป?
A: ในบางพื้นที่ (เช่น ซอยแคบ หรือริมคลอง) การนำรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาส่งแผ่นปูนสำเร็จรูปทำได้ยาก การหล่อแผ่นเสียบที่หน้างาน (On-site Casting) จึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขนส่ง และยังทำให้เราควบคุมคุณภาพของการผูกเหล็กและส่วนผสมคอนกรีตได้ 100% ครับ
สร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ
งานเขื่อนและกำแพงกันดินริมน้ำ ไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ ต้องอาศัยทีมงานที่เข้าใจเรื่องโครงสร้างดิน การรับน้ำหนัก และมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หากท่านกำลังประสบปัญหาตลิ่งพัง ดินสไลด์ หรือต้องการสร้างกำแพงกันดินที่แข็งแกร่งทนทาน ธีรพงษ์เซอร์วิส ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินราคาหน้างานฟรี!